TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอเมืองอุทัยธานี. Show all posts
Showing posts with label อำเภอเมืองอุทัยธานี. Show all posts

ประเพณีตักบาตรเทโว

 ประเพณีตักบาตรเทโวประจำวัดหนองแก

การตักบาตรเทโวเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตักบาตรเทโว หรือเรียกว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งคำว่า "เทโว” ย่อมาจาก "เทโวโรหณะ” แปลว่า การเสด็จจากเทวโลก การตักบาตรเทโวจึงเป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศลเนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็จะมีการจดพิธีการตักบาตรเทโวนี้ อ่านต่อ





ขนมกงโบราณบ้านหนองแก

                                                 ภูมิปัญญาในท้องถิ่นตำบลหนองแก

ขนมกงโบราณบ้านหนองแก

ในสภาวะที่ประเทศกาลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบันส่งผลกระทบไปถึงประชาชนทุกกลุ่มรวมทั้งสถานประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำต้องปิดกิจการลงด้วยเหตุผลต่าง ๆ สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจของชาติเป็นอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวคิดทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงให้กับสังคมไทยในภาวะวิกฤต ถ้าทำได้เพียงส่วนหนึ่งสังคมไทยก็จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ซึ่งอาจอาศัย เวลาและกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานและคุณค่าทางความจริงที่เรามีอยู่ สู่การแก้ปัญหาและการพึ่งตนเองต้อง เป็นการเรียนรู้เพื่อการประยุกต์ และการจัดความสัมพันธ์ของชีวิตและรายได้แบบใหม่ขึ้นมา โดยมีเกษตรกรรมแบบยั่งยืนเป็นฐานของความพออยู่พอกิน ในระดับครอบครัวขยายสู่ความเพียงพอในระดับชุมชน เรียนรู้คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ของชุมชนจัดการ ความสัมพันธ์อย่างเหมาะสมกับความรู้และเทคโนโลยีโดยมีอุตสาหกรรมชุมชน และธุรกิจชุมชน เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ อ่านต่อ




กศน.ตำบลหนองแก

                                                         กศน.ตำบลหนองแก

ความเป็นมา

กศน. ตำบลหนองแก เดิมเป็นศูนย์การเรียนชุมชนประจำตำบล ใช้ในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองแกและตำบลใกล้เคียง โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้นำชุมชนตำบลหนองแกให้ใช้อาคารศาลาหมู่บ้าน หมู่ 3 ตำบลหนองแก เป็นอาคารเรียน ซึ่งอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณวัดหนองแก ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551 จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อจาก “ศูนย์การเรียนชุมชน” เป็น “กศน. ตำบล” มีสถานะเป็นสถานศึกษาระดับตำบล อยู่ในการกำกับดูแลของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุทัยธานี เรียกชื่อย่อว่า “กศน. อำเภอ” โดยมีหัวหน้า กศน. ตำบล ทำหน้าที่ประจำ กศน. ตำบลหนองแก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อ่านต่อ




วัดหนองแก

                                                                             วัดหนองแก

เส้นทางสู่อารยธรรมทางพระพุทธศาสนาประจำตำบลหนองแก


ประวัติความเป็นมา

วัดหนองแก ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านหนองแก หมู่ที่ 3 ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 22 ไร่ 2 งาน พื้นที่ตั้งของวัดเป็นที่ราบลุ่มและมีต้นไม่ธรรมชาติขึ้นโดยทั่วไป อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง 12 เมตร ยาว 19 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ 2516 กุฏิสงฆ์ จำนวน 4 หลัง เป็นอาคารไม้และคอนกรีต และมณฑป สำหรับปูชนียวัตภูมิ พระประธานในโบสถ พระพุทธรูปอื่นอีกประมาณ 10 องค์ รอบพระพุทธบาทจำลอง และเจดีย์ซึ่งได้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 วัดหนองแก สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 ได้มีนามตามชื่อบ้าน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2410 ได้ผูกพันธสีมาวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2415 มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษา 3 รูป สามเณร 2 รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ในวัดแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันมีพระครูอุทัย ปัญญาคุณ เป็นเจ้าอาวาส อ่านต่อ




ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา

                         ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาตำบลหนองแก

 บ้านหนองแก จังหวัดอุทัยธานี ยังมีชื่อเสียงเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากผักตบชวา ชาวบ้านที่นี่รู้จักการนำผักตบชวาวัชพืชที่มีมากมายในแม่น้ำ หนอง คลอง บึง มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการสร้างงานหัตถกรรมประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาหลากหลาย ผู้ที่สนใจสามารถแวะชมและเลือกซื้อสินค้าจากผลิตภัณฑ์ผักตบชวา และสามารถศึกษาดูงานขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาบ้านหนองแกได้อีกด้วย อ่านต่อ




ประเพณีตักบาตรเทโวประจำวัดเนินเหล็ก

 


การตักบาตรเทโวเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตักบาตรเทโว หรือเรียกว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งคำว่า "เทโว” ย่อมาจาก "เทโวโรหณะ” แปลว่า การเสด็จจากเทวโลก การตักบาตรเทโวจึงเป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศลเนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็จะมีการจดพิธีการตักบาตรเทโวนี้

ตักบาตรเทโว หรือตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ในเวลาเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังจากที่พระองค์ทรงจำพรรษาที่นั้นเป็นเวลา 3 เดือน ความสำคัญของวันเทโวโรหณะ เป็นวันที่มีการทำบุญตักบาตรที่พิเศษวันหนึ่ง กล่าวคือ ในพรรษาหนึ่งพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แสดงพระอภิธรรมโปรด พระมารดา และทรงจำพรรษาที่นั้น พอออกพรรษาก็เสด็จลงจากเทวโลกนั้นมายังโลกมนุษย์ ใกล้เมืองพาราณสี ชาวบ้านชาวเมืองทราบข่าวก็พากันไปทำบุญตักบาตรพระพุทธองค์ที่นั้น และเป็นการรับเสด็จพระพุทธองค์ด้วย กล่าวกันว่า ในวันนี้ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ คือ เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างมองเห็นซึ่งกันและกัน จึงเรียกวันนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "วันพระเจ้าเปิดโลก” คือ เปิดให้เห็นกันทั้ง 3 โลกนั้นเอง

การตักบาตรรับเสด็จพระพุทธเจ้าได้ปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมาเป็นประเพณีจนถึงเมืองไทยจึงเรียกประเพณีนี้ ว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อให้สะดวกในการสื่อความหมายนิยมสั้นๆ

ว่าการตักบาตรเทโว ด้วยเหตุนี้ วันเทโวโรหณะจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันตักบาตรเทโว และเมื่อถึงวันตักบาตรเทโว พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตรกันที่วัด โดยแต่ละที่จะเตรียมของไปทำบุญ ในแบบที่อาจตะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับที่สัดในแต่ละที่ เช่น เตรียมอาหารในตอนเช้า อาหารที่เตรียมเพื่อตักบาตรเป็นพิเศษในวันนี้ คือ ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน วัดบางวัดอาจจะจำลองสถานการณ์วันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกชั้นดาวดึงส์ คือ ประชาชนจะนั่งหรือยืนสองฝั่งทางลงจากอุโบสถ หรือศาลา ให้พระสงฆ์เดินเข้าแถวเรียงลำดับรับบาตรตรงกลาง โดยมีมัคนายก เดินอัญเชิญพระพุทธรูปนำหน้าแถวพระสงฆ์ หลักจากตักบาตรแล้ว มีการอาราธนาศีล สมาทานศีล และรักษาศีล ฟังธรรมและทำสมาธิตามโอกาส เพื่อทำให้จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส แผ่เมตตา และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติ ผู้ล่วงลับ และสรรพสัตว์  อ่านเพิ่มเติม..

การนวดแผนไทยโบราณ


 

การประกอบอาชีพศาสตร์บำบัด การนวดแผนไทยโบราณ ตำบลโนนเหล็กมีอาณาเขตติดต่อกับตำบลหนองไผ่แบน ในเขตตำบลหนองไผ่แบน อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี มีกลุ่มนวดแผนโบราณซึ่งจัดตั้งโดยเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระครูอุปการพัฒนกิจ หรือ หลวงพ่อสมัย อาภาธโร เป็นชาวอุทัยธานีโดยกำเนิด ตระกูลผ่ายบิดาเป็นหมอ ที่มีความเชี่ยวชาญในการแพทย์แผนโบราณมาหลายชั่วอายุคน มีตำราแพทย์แผนโบราณ เป็นมรดกตกทอดมาต่อ ๆ กันมา ต่อมามีหมอเขียวซึ่งเป็นลุง ได้ทำการถ่ายทอดความรู้ให้จนกระทั่งเมื่อได้บวชเรียนและจำพรรษาที่วัดหนองหญ้านาง จึงได้เริ่มทำการรักษาคนป่วยเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2516 ในช่วงแรกเป็นการรักษาเกี่ยวกับกระดูกโดยการใช้ยาสมุนไพร การใช้น้ำมัน การเหยียบเหล็กแดง การนวดประคบต่อมาเมื่อท่าน ได้ศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้น จนเกิดความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคต่าง ๆ ด้วยวิชาการแพทย์โบราณหลายโรคด้วยกัน ที่เน้นหนักและยอมรับกันว่า ท่านเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษจนมีชื่อเสียงเลื่องลือก็คือ การรักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาต เหน็บชา เบาหวาน และภายหลังปี พ.ศ. 2523 จึงเริ่มมีการอบไอน้ำสมุนไพรในปี พ.ศ. 2536 พระครูอุปการพัฒนกิจ ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขาภูมิปัญญาชาวบ้าน (การบำบัดโรค)และการรักษาโรคให้กับชาวบ้าน

ในปี พ.ศ. 2547 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยขึ้น โดยได้คัดเลือกวัดหนองหญ้านาง เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การแพทย์พื้นบ้านไทย ของจังหวัดอุทัยธานี วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ของชุมชนในการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ การถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์องค์ความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยแก่ประชาชนในชุมชนต่อมาในปี พ.ศ. 2548สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี ได้ดำเนินงานพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การแพทย์พื้นบ้านไทยในลักษณะการพัฒนาแบบต่อยอดจากปีที่แล้ว ซึ่งการพัฒนาฯ ดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากพระครูอุปการพัฒนกิจและศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (กลุ่มงานการแพทย์พื้นบ้านไทย)  อ่านเพิ่มเติม..

กศน.ตำบลโนนเหล็ก



กศน.ตำบลโนนเหล็ก เดิมเป็นห้องสมุด “วัดเนินเหล็ก” สำหรับอ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลโนนเหล็ก เพื่อให้ผู้สนใจมาอ่านหนังสือและเป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2542 โดยเงินบริจาคของชาวบ้านในการก่อสร้างและได้ทำการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อยู่ในความดูแลของเจ้าอาวาสวัดโนนเหล็ก ต่อมาทางสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานี ขอใช้พื้นที่ของอาคารดังกล่าวเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ ฯ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้กับประชาชนตำบลโนนเหล็กและใกล้เคียง อาคารดังกล่าวเป็นอาคารปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่หน้าบริเวณวัดเนินเหล็ก อยู่ในความดูแลของนางสาวณัฐมต์ เอี่ยมพราว ครูศูนย์การเรียนชุมชน มีนักศึกษาในความดูแลทั้งหมด 60 คน ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเนื่องจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช 2551 ได้เปลี่ยนชื่อจาก “ศูนย์การเรียนชุมชน” เป็น “กศน. ตำบล” มีสถานะเป็นสถานศึกษาระดับตำบล มีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย มีคุณครูณัฐรดา จันทะวงษ์ เป็นคุณครูประจำตำบลโนนเหล็ก ดูแลนักศึกษาทั้งหมด 60 คน อยู่ในการกำกับดูแลของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุทัยธานี เรียกชื่อย่อว่า “กศน. อำเภอ” ปัจจุบันมีคุณครูประจำตำบล คือ คุณครูมัลลิกา สมานกสิกรรม ดูแลนักศึกษาทั้งหมด 45 คน  อ่านเพิ่มเติม..

วัดเนินเหล็ก เส้นทางสู่อารยธรรมทางพระพุทธศาสนา


 

วัดเนินเหล็ก ตั้งอยู่เลขที่ 45 บ้านเนินเหล็ก หมู่ที่ 4 ตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา

พื้นที่ตั้งของวัดเป็นที่ราบสูง อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง 7 เมตร ยาว 17 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ 2534 วัดเนินเหล็ก หรือ “วัดโนนเหล็ก” สร้างขึ้นเป็นวัด นับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2353 โดยมีพระอธิการอาดเป็นผู้ริเริ่มดำเนการพร้อมด้วยทายกทายิกา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 15 มีนาคม 2534 ได้ผูกพันธสีมาวันที่ 20 เมษายน 2539

มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษา 9 รูป สามเณร 45 รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.2475 เปิดแผนสอนแผนกสามัญ พ.ศ. 2518 มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ในวัดแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันมีพระครูอุทัยธรรมวินิจ เป็นเจ้าอาวาส

ต่อมา คือในปี พ.ศ. 2519 หลวงพ่อได้สร้างกุฏิสงฆ์ เป็นไม้เนื้อแข็ง 1 หลัง 9 ห้อง ทุก ๆ ปีจะมีกุลบุตรในท้องที่อุปสมบทอยู่จำพรรษา ในความปกคลองดูแลของหลวงพ่อมากพอสมควร เนื่องจากวัดเนินเหล็ก ไม่สะดวกในการทำอุโบสถสังฆกรรม หลวงพ่อจึงได้จัดสร้างอุโบสถ 1 หลัง เป็นไม้เนื้อแข็งหลังคามุงสังกะสีไว้สำหรับพระสงฆ์ประกอบสังฆกรรมต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังปรากฏอยู่หลวงพ่อท่านเป็นนักอนุรักษ์และนักสร้างสรรค์ผู้หนึ่ง ภายในวัดจะเห็นได้ว่ามีความร่มรื่นไปด้วย มวลหมู่แมกไม้ลำต้นใหญ่ ๆ อายุนับร้อย ๆ ปีหลายสิบต้น และด้วยความเป็นนักสร้างสรรค์หลวงพ่อท่านได้ปกครองดูแลสั่งสอนอบรมบรรพชิตและคฤหัสถ์ ให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมความดีต่าง ๆ จนชาวบ้านในละแวกนั้น รักเคารพศรัทธาท่านเป็นอย่างสูง วันที่ 6 กรกฎาคม 2532 ได้มีชาวบ้าน และคณะกรรมการวัดพิจารณาว่าวัดไม่มีผู้ปกครองดูแล ไม่มีผู้นำทางที่พึ่งทางจิตใจ บรรดาชาวบ้านจึงพร้อมใจกันไปกราบอาราธนา พระครูอุทัยธรรมวินิจ หลังจากที่หลวงพ่อท่านได้รับอาราธนาจากชาวบ้าน และคณะกรรมการวัดท่านมิอาจขัดศรัทธาได้ ด้วยสาเหตุ คือท่านเคยนำโยมมารดาของท่านมาให้หลวงพ่อ รักษาโรคตา และจากการที่ได้คลุกคลีอยู่ร่วมเสนาสนะกับหลวงพ่อ ทำให้หลวงพ่อเกิดนิยมชื่นชมในอัธยาศัย และการประพฤติปฏิบัติในศีลาจารวัตร หลวงพ่อท่านได้กล่าว ชักชวนให้มาอยู่ด้วยกันประกอบกับตอนนั้น หลวงพ่อ ยังมีภารกิจในทางสำนักวัดหลวงอยู่ ท่านจึงได้พูดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนว่า "กระผมไม่มีความสามารถและยังไม่พร้อม" เมื่อหลวงพ่อ ได้มาดูแลสำนักวัดเนินเหล็ก ท่านได้ทำการทำนุบำรุง งานด้านการพระศาสนาต่าง ๆ ให้เจริญรุ่งเรืองดังเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน  อ่านเพิ่มเติม..

ฟาร์มเพาะเห็ดนางฟ้า



 ฟาร์มเพาะเห็ดนางฟ้า เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2544 นางสาวละเอียด สมัครไทย ได้จัดตั้งฟาร์มเห็ดนางฟ้า ขึ้นมาเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจช่วงนั้น และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เพื่อเป็นต้นแบบให้ชุมชนอยู่อย่างพอเพียงแบบยั่งยืน เพื่อเป็นอาชีพเสริมจากการทำไร่ – ทำนา จึงนำเรื่องนี้เข้าประชุมกับผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ในหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลโนนเหล็ก รวมกลุ่มคนที่สนใจที่จะพัฒนาอาชีพไปพร้อมกับตน เมื่อชาวบ้านเห็นว่าทำแล้วมีรายได้ทุกวันจึงยินดีที่จะร่วมมือ และรวมกลุ่มสมาชิกได้ประมาณ 25-30 คน ต่อมามีความคิดที่จะพัฒนาฟาร์มเห็ดนางฟ้า ให้เกิดคุณภาพ และต่อยอดเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง จึงเริ่มจากการรวมกลุ่มสาธิตวิธี ขั้นตอน การเพาะเห็ดนางฟ้าให้ประชาชนที่สนใจ รับปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ในการเพาะเห็ดนางฟ้า การแปรรูป การจำหน่าย ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการรวมกลุ่ม

ฟาร์มเพาะเห็ดนางฟ้าเพาะเห็ดหลายชนิดขึ้นอยู่กลับสภาพอากาศในปัจจุบัน เช่น เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดขอน เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดอีกมากมาย

ปี พ.ศ. 2559 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุทัยธานี กศน. ตำบลโนนเหล็ก จึงได้จัดโครงการจัดการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสูตรการเพาะเห็ดนางฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และธุรกิจครัวเรือนที่สามารถนำไปต่อยอดและส่งเสริมกลุ่มอาชีพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เสริมสร้างศักยภาพให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดีในอาชีพสามารถพัฒนาตนเองและกลุ่ม ไปสู่การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานสามารถนำมาจำหน่ายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์และมุ่งเน้นให้ประชาชนในชุมชนเกิดการรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในชุมชนตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี  อ่านเพิ่มเติม..


การทำไม้กวาดดอกหญ้า บ้านฟากคลอง




    

ไม้กวาดดอกหญ้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนบ้านฟากคลองทำใช้ในครัวเรือนมาตั้งแต่อดีต โดยใช้ความรู้ดั้งเดิมในการทำ แต่เมื่อมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจขึ้น หน่วยงานได้เล็งเห็นต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่ชุมชน จึงได้พัฒนาศักยภาพชุมชน ในการทำไม้กวาดดอกหญ้าให้มีความคงทน มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม และพัฒนาสู่การเป็นสินค้าชุมชน”

“ตำบลหนองเต่า”ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอเมืองอุทัยธานี ภูมิประเทศเกือบทั้งหมดมีสภาพเป็นป่าเขาสูงชันพื้นดินลูกรัง มีที่ราบหุบเขาใช้สำหรับการเกษตรประมาณ มีลำน้ำไหลผ่านบริเวณตอนกลางตามแนวยาวของพื้นที่ และด้วยสภาพพื้นที่เป็นป่าเขามีความอุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของดอกไม้กวาดและไม้ไผ่ ประกอบกับไม่มีคนทำลาย ทำให้ดอกไม้กวาดแพร่ขยายอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมากโดยย้อนไปก่อนปี พ.ศ.2550 ในพื้นที่บนภูเขาของตำบลหนองเต่า มีดอกไม้กวาดจำนวนมาก ชาวบ้านนิยมนำดอกไม้กวาดมามัดรวมกันทั้งก้านเพื่อใช้กวาดบ้าน เป็นการทำใช้เองในครัวเรือนไม่ได้มีการทำเพื่อจำหน่าย จนกระทั่งในปี พ.ศ.2550 หน่วยงานของ กศน.อำเภอเมืองอุทัยธานี เข้ามาสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มการทำไม้กวาดดอกหญ้า จัดหาวิทยากรในการอบรมมาสอนโดยชักชวนชาวบ้านที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และให้รวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มไม้กวาดดอกหญ้าโดยมีเงินงบประมาณสนับสนุนบางส่วนและมีการลงหุ้นร่วมกันทุกปีๆ ละ 100 บาท ซึ่งมีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน 15 คน (ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 30 คน) มีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการดำเนินการอย่างชัดเจน ปีพ.ศ.2555 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองอุทัยธานี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแก สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองอุทัยธานีเข้ามาสนับสนุนการขึ้นทะเบียนไม้กวาดดอกหญ้าเป็นสินค้า OTOP ของตำบลหนองเต่า  อ่านเพิ่มเติม..

การถักเปลญวนจากเศษผ้า

 



กลุ่มการถักเปลญวนจากเศษผ้า บ้านหนองน้ำขุ่น หมู่ 6 ตำบลหนองเต่า อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เป็นกลุ่มอาชีพที่ทำการถักเปลญวนจากเศษผ้าภายในหมู่บ้าน ซึ่งมีนายสำเภา สมถะธัญกรณ์ เป็นประธานกลุ่ม และมีสมาชิกกลุ่มประมาณ 15 คน ซึ่งมีนางสาวกำไร เริงเกษกรรม เป็นวิทยากรสอน โดยนายสำเภา สมถะธัญกรณ์ ได้เริ่มฝึกการถักเปลญวนจากเศษผ้า ประมาณปี พ.ศ.2562 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และฝึกอาชีพการถักเปลญวนจากเศษผ้าจนตนเองชำนาญ จึงได้มาเป็นวิทยากรสอนตามหน่วยงานต่างๆ

การถักเปลญวนจากเศษผ้า เป็นอาชีพเสริมรายได้ให้กับกลุ่ม และประชาชนที่ต้องการอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว และถ้าใครมีฝีมือในการทำตะกร้าที่มีความชำนาญแล้วก็สามารถนำไปประกอบอาชีพ เป็นวิทยากรฝึกอาชีพได้ เพื่อสร้างอาชีพให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง  อ่านเพิ่มเติม...

กศน.ตำบลหนองเต่า




 

กศน.ตำบลหนองเต่า อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนา หมู่ที่ 3 บ้านเหนือวัด ตำบลหนองเต่า อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ให้ใช้พื้นที่และจัดสร้าง กศน.ตำบลหนองเต่า เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้กับนักศึกษาของ กศน.ตำบลหนองเต่า  อ่านเพิ่มเติม..

การสานตะกร้าจากเส้นพลาสติก


 

บ้านบ่อขุย ตะกร้าสานพลาสติก ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มแม่ชาวบ้านบ่อขุย จากอดีตถึงปัจจุบันชาวบ้านได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสานวัสดุไม้ไผ่ หวาย ใบจาก ใบตอง ที่หาได้จากธรรมชาติให้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระติบข้าว หวดนึ่งข้าว ตะกร้า กระบุง ที่ได้สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อาศัยทักษะฝีมือด้านการจักสานของชุมชนในยุคโบราณนำมาประยุกต์ โดยใช้เส้นพลาสติกแทนวัสดุจากธรรมชาติ สานให้เป็นรูปทรงต่างๆ เริ่มจากตะกร้าใส่ของหลากหลายขนาด จากนั้นก็ได้พัฒนาให้มีรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น มีสีสันที่สวยงาม ซึ่งการใช้เส้นพลาสติกสามารถทำได้ง่ายกว่าเพราะมีความอ่อนนิ่ม เหนียว ยืดหยุ่นได้ดี สามารถหักพับได้ วัสดุมีความคงทน ทำให้สานได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งคนในชุมชนสามารถนำมาพัฒนาเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้เป็นอาชีพให้แก่ครัวเรือนได้อย่างมั่นคงแท้จริงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ ตะกร้าพลาสติกสานบ้านบ่อขุย เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยมือล้วนมีรูปแบบมากมาย สามารถทำตามแบบที่ลูกค้าต้องการได้ ช่างจักสานผลิตมานานมากว่า 10 ปี มีฝีมือในการสานที่ปราณีต เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีความคงทน แข็งแรง น้ำหนักเบา สะดวกแก่การใช้สอย ดูแลรักษาง่าย ไม่เกิดเชื้อรา สีสันสวยงาม  อ่านเพิ่มเติม..

ประดิษฐ์วัสดุจากยางรถยนต์

 


เฟอร์นิเจอร์รีไซเคิล เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับผู้ที่มีหัวคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านประดิษฐ์วัสดุจากยางรถยนต์ หากใครได้มีโอกาสเดิน ทางผ่าน บ้านบ่อขุย หมู่ที่ 2 ตำบลหนองเต่า มาทางนี้ ทุกคนต้องสะดุดตากับผลิตภัณฑ์เป็นเฟอร์นิเจอร์รูปลักษณ์ และสีสันแปลกตา ที่วางเรียงรายอวดโฉมอยู่ริมถนนแห่งนี้ ที่เป็นอาชีพหลักอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เหตุผลก็เพราะรายได้อย่างดี ลำพังการทำเฟอร์นิเจอร์จากฝีมือชาวบ้านธรรมดามิใช่โรงงานที่มีเครื่องไม้เครื่องมือครบครันด้วยแล้ว อาจมองดูไม่น่าจะมีใครสนใจซื้อหาเท่าไรนัก แต่เฟอร์นิเจอร์ของเป็นที่ต้องตาต้องใจของลูกค้า เพราะมีความพิเศษอยู่ในตัว พวกเขานำ "ยางรถยนต์" ที่หมดอายุการใช้งานแล้วมาสร้างสรรค์ด้วยฝีมือ และภูมิปัญญาพื้นบ้าน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามีราคา นางดอกอ้อ เสิบกลิ่น วัย 45 ปี ชาวบ้านบ่อขุย อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 2 ต.หนองเต่า อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี จากฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ ผู้ริเริ่มการทำเฟอร์นิเจอร์จากยางรถยนต์ เล่าว่า... เกือบ 20 ปี  อ่านเพิ่มเติม...

สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ(บึกพระชนก)



 สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ (บึกพระชนก)

สวนสาธารณะในสังคมทุกชุมชนทุกเมือง มีหลายด้าน ตั้งแต่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ศูนย์นันทนาการ ลานกิจกรรมต่างๆปกติทั่วไปแต่ละเมือง จะมีสวนสาธารณะประจำท้องถิ่น กระจัดกระจาย อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน หลากแบบ หากจัดแบ่งเป็นกลุ่มๆจะมีสวนหมู่บ้าน ,สวนถนน ,สวนระดับย่าน , สวนชุมชน ,สวนย่อมขนาดเล็ก ,สวนระดับเมือง (City Park) และ สวนเฉพาะทาง เช่น สวนไหล่ทางหรือทางจักรยาน เกาะกลางสวน เป็นต้นไม่ว่าจะออกแแบบ สวนสาธารณะอย่างไรก็ตาม แต่หากมองในแง่คุณประโยชน์ที่สังคมจะได้รับ ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทุกเพศ ทุกวัย ใช้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเดินเล่น ออกกำลังกายแล้ว สวนสาธารณะมีความจำเป็น ต้องออกแบบให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความสดวก

ทางเลือกในการพักผ่อนหย่อนใจ ของแต่ละครอบครัว ทำให้ สวนสาธารณะ เริ่มติดอันดับ จุดหมายปลายทาง ในแหล่งพักผ่อน และสถานที่ ประกอบกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกาย ,สวนสาธารณะเริ่มเปลี่ยนบทบาท มีกิจกรรมเพิ่มเข้ามา จากเดิมที่มีแค่ลู่วิ่ง ลานออกกำลังกาย ก็จะเริ่มมีพื้นที่สระว่ายน้ำ ,สนามบาสเกตบอล มุมกีฬาที่หลากหลายจากบทบาทของสวนสาธารณะเป็นสถานที่พักผ่อน หย่อนใจก็เริ่มมีกิจกรรมต่าง ๆ เข้ามา จนต้องพิจารณาเลือกสวน

จุดมุ่งหมายที่จะไปสวนสาธารณะนั้นๆ ต้องการไปเพื่ออะไรเพราะการออกแบบสวนสาธารณะในวันนี้ บางพื้นที่มีข้อจำกัดของการเจริญเติบโตของเมือง ของชุมชน ส่งผลให้ สวนสาธารณะที่เดิม อาจจะมีแค่ พื้นที่ปลูกต้นไม้ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ อันรื่นรมย์ บางมุมต้องพัฒนา ปรับปรุง ให้สามารถรองรับกิจกรรม ในทุกความต้องการของผู้คนที่มุ่งหวังจะใช้ประโยชน์จากสวนสาธารณะให้เปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแต่ที่แน่ทุกสวนสาธารณะ จะต้องมี ลาน ลู่ ทางเดินเพื่อวิ่งออกกำลังกายหากต้องการบรรยากาศ ที่สดชื่น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการพักผ่อน ออกกำลังกาย ของครอบครัว เชื่อว่า สวนสาธารณะ เป็นอีกทางเลือกที่วิเศษสุด เหมาะสมกับการพาเด็กๆออกไปเพลิดเพลิน สนุกสนานกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพแน่นอน อ่านเพิ่มเติม..

การทำแหนมปลา




 การทำแหนมเป็นอาหารพื้นบ้านของภาคอีสานมาซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ของเราแต่นานมาซึ่งปัจจุบันได้นำมาประกอบเป็นอาชีพซึ่งทำรายได้ให้กับครอบครัวเป็นจำนวนมาก และแหนม ก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆและเป็นอาหารที่อร่อยและทำได้ง่ายสำหรับคนอีสานนิยมกินกับข้าวเหนียวสามารถห่อหรือพกติดตัวไปทำงานด้วยได้ง่าย การทำแหนมปลา จะนิยมห่อด้วยใบตองเพราะจะทำให้แหนมมีรสชาติที่กลมกล่อม และจะได้กลิ่นหอมของใบตอง แหนมจะกินได้ก็2-3 วันผ่านไปแล้วหลังการห่อ เพราะเมื่อ 2-3 วันผ่านไปแล้วแหนมปลาจะออกรสชาติ เปรี้ยว หรือ ส้ม นั่นเอง นอกจากแหนมจะมีรสชาติที่ถูกปากคนอีสานแล้วแหนมปลา ยังประกอบด้วยโภชนาการที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ปลา จะให้สารอาหารจำพวก โปรตีน และยังมีสมุนไพรแบบไทยๆเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกด้วย อย่าง กระเทียมซึ่งกระเทียมจะช่วยลดไข้หวัดได้และยังช่วยบำรุงหัวใจได้อีกด้วย

กลุ่มชุนชนบ้านป่าสะแก ตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมือเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ได้นำการทำแหนมภาคอีสาน มาประยุคกับวัตถุดิบพื้นถิ่นนั้นคือปลา การทำแหนมปลาเมื่อห่อเสร็จแล้วจะนิยมนำมาแขวนไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและถ้าแขวนไว้ในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกจะมีเชื่อราขึ้นและจะนำมาบริโภคไม่ได้ แหนมปลา นอกจากผู้ใหญ่จะชอบกินแล้วเด็กก็ยังกินได้เพราะมีรสชาติ เปรี้ยวและไม่เผ็ด แต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้ทำว่าชอบรสชาติแบบไหน ถ้าชอบเผ็ดน้อยก็ใส่พริกน้อย ชอบเผ็ดมากก็ใส่พริกมาก ตามความต้องการ แหนมปลาถ้าซื้อตามร้านค้าจะตกอยู่ที่ห่อละ 20-30 บาททีเดียว ซึ่งมีราคาแพงกว่าที่เรา ทำเองซึ่งใช้ต้นทุนไม่ถึง 1๐๐ บาท เองและใช้เวลาในการทำไม่นานเพียง 1ชั่วโมงเท่านั่นเองเท่านี้เราก็จะได้แหนมปลาไว้บริโภคภายในครอบครัวโดยที่ไม่ต้องไปซื้อตามร้านค้าอีกต่อไป  อ่านเพิ่มเติม..

การจักสาน


 

การจักสานเป็นงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทยที่มีมาช้านานและผลิตกันทุกภาค ภาคของประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น หวาย ไม้ไผ่ ย่านลิเพา กระจูด กก ฯลฯ เมื่อนำมาผลิตเป็นเครื่องมือใช้ในชีวิตประจำวัน โดยสนองความต้องการประโยชน์ใช้สอยพื้นฐานเป็นสำคัญ การสานตะกร้าจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และมีความสำคัญอย่าง ใกล้ชิดกับวิถีของคน ไทยจกลายเป็นส่วนหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีการสร้างสรรค์ และ สืบทอดต่อเนื่องกันมาแต่อดีต นับตั้งแต่การออกแบบลวดลาย รูปทรง โครงสร้าง ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุพื้นบ้านได้อย่างเหมาะสมตามคตินิยมท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้การสานตะกร้าพื้นบ้านของไทยมีเอกลักษณ์ เฉพาะงานแตกต่างกันไป กลุ่มจักสานทำจากวัสดุที่เปื่อยสลายและผุพังได้ง่ายจึงไม่สามารถกำหนดอายุได้แน่นอน แม้หลักฐานที่หลงเหลืออยู่จะพบน้อยกว่าเครื่องปั้นดินเผา แต่มีการทำการสานตะกร้ามาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวเนื่อง คือ ได้พบเครื่องปั้นดินเผาสมัยใหม่ ลักษณะรูปทรงคล้ายการสานตะกร้ารูปสี่เหลี่ยมปากรูปกลมลวดลายด้านข้างมีลักษณะคล้ายคลึงกับลวดลายกลุ่มจักสานทำขึ้นด้วยวิธียาดินเหนียวภายนภาชนะการสานตะกร้าให้หนาพอแล้วนำมาเผาเมื่อเผาเสร็จแล้ว ภาชนะจักสานจะถูกเผาไหม้หายไปเหลือแต่ภาชนะดินเผาที่มีลวดลายจักสานปรากฏอยู่ที่พื้นผิว การสานตะกร้าพื้นฐานของไทยส่วนใหญ่ใช้ไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบในการจักสาน นอกนั้นยังมีวัสดุอื่น ๆ ตามท้องถิ่นแต่ละภาคของไทย เช่น กก หวาย ใบลาน คล้า คลุ้ม กระจูด แหย่ง เตย ลำเจียก ย่านลิเพา ใบมะพร้าว เป็นต้น วัสดุต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดลวดลายและรูปทรงการสานตะกร้ามีลักษณะเฉพาะ ตามเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆอีกด้วย  อ่านเพิ่มเติม..

กศน.ตำบลเกาะเทโพ

 



พื้นที่ตำบลเกาะเทโพเป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขังทั้งตำบล ในอดีตตำบลเกาะเทโพมีลักษณะเป็นอ่าว แม่น้ำมีปลาชุกชุมมากโดยเฉพาะปลาเทโพจึงเรียกขานกันว่า ตำบลเกาะเทโพ ตำบลเกาะเทโพแยกมาจากจังหวัดชัยนาทเมื่อปี 2480 ประชาชนส่วนใหญ่อพยพ มาจากชัยนาท นครสวรรค์ และที่อื่นๆ


กศน. ตำบลเกาะเทโพ เดิมเป็นศูนย์การเรียนชุมชนประจำตำบล จัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2547 เพื่อจัดการเรียนการสอนหลักสูตรการศึกษาสายสามัญ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลเกาะเทโพและตำบลใกล้เคียงและประชาชนที่พลาดโอกาสทางการศึกษาในระบบ  โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุทัยธานี ให้ใช้อาคารศูนย์เรียนรู้บ้านท่ารากหวาย เป็นอาคารเรียน ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเนื่องจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551  เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนชื่อจาก “ศูนย์การเรียนชุมชน” เป็น “กศน. ตำบล” มีสถานะเป็นสถานศึกษาระดับตำบล โดยมีนายเธียรธาดา จำปาเกตุกุล เป็นครู กศน.ตำบล ท่านแรกต่อมานางสาวตรียกุล แว่นแก้ว นางสาววนิดา รัศสุวรรณ นางสาวกฤติยา มูคำ และปัจจุบันคือ นายจิรภัทร คชภูมิ     มีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสายสามัญ การศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย อยู่ในการกำกับดูแลของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุทัยธานี เรียกชื่อย่อว่า“กศน. อำเภอ” และกำหนดในวันที่ 4 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสถาปนาสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  อ่าเพิ่มเติม...


ชาวประมงพื้นบ้าน

 


ฃชาวประมงพื้นบ้านคือ ประชาชนที่อาศัยอยูบริเวณริมน้ำ ดำรงชีพด้วยการจับสัตว์น้ำสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค เป็นอาหารและจำหน่ายเป็นการสร้างอาชีพ ชาวประมงพื้นบ้านเป็นการทำการประมงที่ต้องอาศัยและพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก โดยเริ่มจากการต้องเรียนรู้ธรรมชาติ เรียนรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติ น้ำขึ้นน้ำลงดูดวงจันทร์และดวงดาว อาศัยการสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว ศึกษาและเรียนรู้ เพราะธรรมชาติทุกสิ่งรอบตัวล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตทั้งสิ้นเนื่องจากในอดีตนั้น การจะออกจับปลาต้องมีการศึกษาสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นสภาพอากาศเพราะอาชีพประมงพื้นบ้านถือวาเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยง เวลาออกไปทำการประมงต้องเผชิญกับคลื่นลมและพายุในการทำการจับสัตว์น้ำโดยไม่มีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการป้องกัน และในการประดิษฐ์เครื่องมือในการจับสัตว์น้ำของชาวประมงพื้นบ้าน จะเลือกนอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นของตนมาทำ ส่งผลให้เครื่องมือในการจับสัตว์น้ำในแต่ละที่นั้นมีลักษณะเฉพาะถิ่นแตกต่างกนไปขึ้นอยู่กับวัสดุที่มีในแต่ละท้องที่ ขนาดของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการประมงแบบพื้นบ้านจะเป็นเครื่องมือขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางเนื่องมาจาก การทำการประมงชายฝั่งเป็นการทำการประมงขนาดเล็กเพราะการทำประมงในครัวเรือน ใช้แรงงานของคนเป็นหลัก อีกทั้งในการออกแบบเครื่องในการจับสัตว์น้ำเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำประเภทปล่อยและรอดักจับ ซึ่งสามารถจับสัตว์น้ำได้ในปริมาณจำกัด และสามารถทำได้ในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง เครื่องมือประมงพื้นบ้านจึงถูกออกแบบให้มีความเหมาะสมกบการจับสัตว์น้ำแต่ละชนิดได้อยางมีประสิทธิภาพและที่สำคัญไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม  อ่านเพิ่มเติม..

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดอุทัยธานี. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand